UFABETWIN666

ครีเอเตอร์ดิจิทัล facebook คืออะไร วิธีการทำการตลาดออนไลน์ ในขณะนี้นั้น ไม่ใช่แค่ การแข่งขันชิงชัยกันยิงแอดแค่นั้น คอนเทนต์ ที่จะเพิ่ม Value เพิ่มความน่าดึงดูดใจให้กับผลิตภัณฑ์ สามารถผลิต Content ติดต่อสื่อสารด้วย Key Message ที่ตรงกลุ่มเป้าหมาย เข้าถึงลูกค้า เหมาะสม ถูกเวลา ในเนื้อหานี้ พวกเราจะพาไปรู้จักกับ Content Creator อีกหนึ่งอาชีพที่สำคัญ รวมทั้งจำเป็นสำหรับธุรกิจ หรือกระบวนการทำ การตลาดออนไลน์ ที่ช่วยคิดแผน ประดิษฐ์รายละเอียดของธุรกิจ ลงสู่วิถีทาง Social Media ต่างๆของบริษัท

Content Creator เป็น?

คนที่มีบทบาทรอคิดแผน ผลิตคอนเทนต์ คิดคอนเทนต์ พินิจพิจารณาคอนเทนต์ที่สมควร กับกลุ่มเป้าหมายของบริษัท แล้วก็ติดต่อสื่อสารผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆอย่างเช่น Facebook, เว็บ, YouTube, Line, Instagram, TikTok แล้วก็ Email โดยแต่ละแพลตฟอร์ม แต่ละวิถีทาง สำหรับในการติดต่อคอนเทนต์ ต่างก็มีความเด่นเฉพาะบุคคล ที่นานับประการ ContentCreator นอกเหนือจากที่จะคิดรายละเอียดเก่งแล้ว ยังจำต้องรู้เรื่องในตัวแพลตฟอร์มกลุ่มนี้ด้วย เพื่อคอนเทนต์ที่ปลดปล่อยออกไป ครีเอเตอร์ดิจิทัล facebook คืออะไร จะได้กำเนิดสมรรถนะสูงสุด เป็นต้นว่า วิธีการทำคอนเทนต์บน Facebook มีแบบอย่างมากไม่น้อยเลยทีเดียว ยกตัวอย่างเช่น แบบ Photo Album หรือ Video Content หรือต้นแบบอื่นๆย่อมดียิ่งกว่า การโพสรายละเอียด หรือสิ่งที่เป็นรูปธรรมดา ลงไปเฉยๆนั่นเอง

ครีเอเตอร์ดิจิทัล facebook คืออะไร

ครีเอเตอร์ดิจิทัล facebook คืออะไร หน้าที่ของContent Creator

กระบวนการทำแคมเปญการตลาด รวมทั้งประชาสัมพันธ์ให้มีคุณภาพ จำเป็นต้องอาศัยคอนเทนต์ที่ดี สำหรับในการช่วยสนับสนุน ให้ผลิตภัณฑ์ ประชาสัมพันธ์ ให้เข้าถึงกรุ๊ปลูกค้า แล้วก็คอนเทนต์ ครีเอเตอร์ มีบทบาทความรับผิดชอบ ดังต่อไปนี้

1. จำเป็นต้องคิดคอนเทนต์ ด้วยความครีเอทีฟ สร้างเอกลักษณ์ เกื้อหนุนแบรนด์ธุรกิจ ตามจุดมุ่งหมายของแบรนด์ หรือธุรกิจ ที่ได้ตั้งไว้

2. คอนเทนต์ควรมีไอเดีย การมีไอเดียที่ดี จะตามมาด้วย ยอด Engagement ยอดผู้กระทำดถูกอกถูกใจ ยอดผู้ติดตาม คอมเมนต์ หรือยอดแชร์ มากขึ้น จะช่วยทำให้ปรับแบรนด์ หรือธุรกิจ มีชื่อเสียงมากขึ้นเรื่อยๆอีกด้วย

3. ต้องกำหนดวัตถุประสงค์ของคอนเทนต์ที่สร้างให้แจ่มแจ้ง จะทำแบบไหน ทำแล้วได้อะไร ติดต่อออกมาได้ชัดแจ้ง และก็จะต้องรู้จักกลุ่มเป้าหมาย หรือลูกค้าเพราะ อยากได้คอนเทนต์แบบไหน

4. ดูแล Social Content ทั้งสิ้นของบริษัท ตัวอย่างเช่น YouTube, Facebook, Line, Email, Instagram, TikTok แม้กระนั้นคอนเทนต์ ครีเอเตอร์ ไม่ใช่แอดไม่นนะ จำเป็นต้องมองภาพรวมของรายละเอียด Social media Content

5. จะต้องติดต่อกับคณะทำงาน รวมทั้งบรีฟ Graphic / Copywrite / Video / Voice อยู่ตลอด เพื่องานที่คิดแผนไว้ ไปในทำนองเดียวกัน

6. จำเป็นต้องดูแลประสิทธิภาพของรายละเอียด ให้มีความถูกต้องชัดเจน มีความน่าดึงดูดใจ การเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ง่าย แล้วก็การวางเป้าหมายลงให้ตามเวลา หรือตอน Peak ของแต่ละแพลตฟอร์ม จะช่วยสร้าง Engagement ให้มากขึ้นอีกด้วย

7. เป็นตำแหน่งที่จำเป็นต้องใช้สมองประดิษฐ์ การคิดนอกกรอบ สร้าง Content ที่สมควร แปลกใหม่ หรือก้าวทันกระแส

8. จะต้องมีความรู้ความเข้าใจ ในสินค้าของบริษัท วัฒนธรรมหน่วยงานอย่างยอดเยี่ยม เพื่อจะสามารถเชื่อมโยง Content กับ Marketing concept ได้ผ่านการผลิต Content ที่ได้คิดแผนไว้ เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายของบริษัทได้

พินิจพิจารณาแบรนด์เพื่อการติดต่อสื่อสาร (Brand Communication Analysis)

มาถึงหน้าที่แรกก็อาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีคนสงสัยบ้างว่า Content Creator มีบทบาทนี้ด้วยหรอ ไม่ใช่หน้าที่ของ นักการตลาดหรอกหรอที่จะต้องพินิจพิจารณาแบรนด์ เรื่องจริงแล้วนั้นหน้าที่ของนักการตลาดที่การวิเคราะห์ ธุรกิจแบบองค์รวม หมดทั้งตัวธุรกิจเอง ลูกค้า ครีเอเตอร์ดิจิทัล facebook คืออะไร รวมถึงกลอุบายต่างๆเป็นต้นว่า Business Canvas, SWOT หรือ Customer Persona ฯลฯ รวมทั้งข้อมูลกลุ่มนี้นั่นเองที่เหล่า Content Creator จะเอามาพินิจพิจารณาต่อ

เมื่อเหล่า Content Creator รู้ดีว่าธุรกิจนั้นมีกลุ่มเป้าหมายเป็นคนไหน อายุมากแค่ไหน ก็จะสามารถเอามาพินิจพิจารณาได้ว่าควรจะคิดแผนติดต่อผ่านคอนเทนต์อะไรรวมทั้งแบบอย่างไหน ติดต่อสื่อสารผ่านวิถีทางอะไร ติดต่อสื่อสารในช่วงไหนและก็ที่สำคัญเป็นจำเป็นต้องติดต่อยังไงให้สะใจ

รวมทั้งร่วมมือกับทาง Marketer สำหรับในการตั้งความมุ่งหมายรวมทั้งจุดหมายของกระบวนการทำ Content Marketing ให้กระจ่างเพื่อเป็นการปูทางให้กับงานที่จะผลิตในอนาคต

สร้างสรรค์ความคิดใหม่ๆ(Ideation & Research)

อีกหน้าที่ของ Content Creator ที่สำคัญเป็น การสืบหาข้อมูลหรือความคิดใหม่ๆตลอดระยะเวลา เพราะเหตุว่าการสร้างคอนเทนต์นั้นสิ่งจำเป็นที่สุดเป็นการสร้างผลงานเพื่อมีคนมาติดตามอ่าน หรือติดตามรับดูและก็ได้ทราบจะกับแบรนด์ผ่านรายละเอียดพวกนี้

กล่าวกันตามจริงเป็นคิดไอเดียออกมาให้ตอบสนองในสิ่งที่ต้องการของผู้รับสาร UFABETWIN666 ไม่ว่าจะเป็นในแบบ รายละเอียดที่มาไวไปไวแบบ Tropical Content หรือรายละเอียดที่จะดำรงอยู่ได้ตลอดแบบ Evergreen ซึ่งสิ่งพวกนี้สามารถกระทำ Research ผ่านการใช้ Tools ต่างๆได้แก่ Google Trends, Answer The Public, Google Keyword Planner, KWFinder หรือแม้กระทั้งวัสดุอย่าง Social Listening Tools อื่นๆก็ได้ด้วยเหมือนกัน เปรียบได้เสมือนดั่งตัวช่วยที่รอฟังว่าคนกำลังพึงพอใจหรือให้ความเอาใจใส่กับอะไรอยู่

 

คิดแผนและก็ประดิษฐ์คอนเทนต์ออกมา (Content Planning & Creation)

เมื่อ Brainstorming กันเป็นระเบียบแล้ว ก็ถึงเวลาที่เหล่า Content Creator จะได้ลงมือกระทำกันเป็นจริงเป็นจัง เมื่อก่อนที่จะไปถึงกับขนาดตอนผลิตภัณฑ์งานออกมาจะต้องมีการ คิดแผนคอนเทนต์ก่อน เผื่อที่กำลังจะได้จัดเป็นตาราง การทำงานถูกว่าวันไหนควรจะเริ่มทำงานไหน เพื่อส่งทัน Deadline ในวันที่มากแค่ไหน

โดยส่วนมากเหล่า Content Creator ชอบวางแผนลงผลงานผ่าน Content Calendar ที่มีรูปร่างราวกับปฏิทินเพื่อลงว่าในหนึ่งเดือน มีคอนเทนต์แนวไหนที่จะต้องทำบ้างแล้วก็จำเป็นต้องเผยแพร่ลงใน Platfrom อะไร

เมื่อจัดแจง Content Calendar เสร็จสมบูรณ์ก็ถึงเวลาลงมือสร้างคอนเทนต์ ครีเอเตอร์ดิจิทัล facebook คืออะไร ซึ่งสำหรับสายผู้เขียนนั้นชอบทำงานบน Google Doc เพราะเหตุว่าเป็น Platfrom ที่กลุ่มหรือนายจ้างสามารถเข้ามาพิจารณางานและก็ให้คำปรึกษาผ่านงานได้เลยโดยทันที แถมเป็นอุปกรณ์ที่ใช้งานง่ายอีกด้วย

พิจารณาความเรียบร้อยของผลงาน (Editorial & Approval)

หน้าที่ถัดไปเมื่องานออกมาเป็นตัวเป็นตนแล้วนั้นเป็นกรรมวิธีการวิเคราะห์ความเรียบร้อย ไม่ว่าจะเป็นการตรวจทานคำไม่ถูก การวิเคราะห์รายละเอียด รวมถึง Key Message อย่างตรงจากที่ พินิจพิจารณาแล้วก็คิดแผนไว้ตั้งแต่ต้นไหม

ถ้าหากเป็น Content Creator แบบ In-House ก็อาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีข้าง Editor หรือสมาชิกในกลุ่มรอช่วยเหลือ ตรวจดูผลงานของกันและกัน แม้กระนั้นถ้าหากเป็นสาย Freelance หรือ Influencer ที่จำเป็นต้องส่งงานให้ นายจ้างนั้นบางครั้งอาจจะจำต้องพึ่งพิงการ Proofreading ของตนเองหรือจ้างผู้ที่มีความชำนาญ หรือบางทีอาจจะใช้งาน Tools สำหรับเพื่อการตรวจตราคำไม่ถูกสำหรับสายเขียน ยกตัวอย่างเช่น Grammarly (สำหรับสายบทความภาษาอังกฤษ) หรือ Read a write (สำหรับบทความภาษาไทย) ฯลฯ เพียงเท่านี้ก็สามารถอัพโหลดงานรวมทั้ง เผยแพร่ได้เลย

ติดตามผลสรุปของผลงาน (Tracking Performance)

ภายหลังจาก Content พวกนั้นได้เผยแพร่ออกไปสักระยะและก็ถึงเวลาที่จำต้องมาตามดูผลว่า ความสามารถของผลงานนั้นไปได้สวยไหม และก็เอามาพินิจพิจารณาผลว่าแผนการที่วางไว้แต่ก่อนนั้น สามารถบรรลุได้ไหม

โดยขั้นตอนนี้จำต้องใช้ Tools สำหรับเพื่อการช่วยติดตามคำตอบ ดังเช่นว่า ข้างหลังบ้านของ Social Media Tools อย่าง Facebook Creator Studio หรือ Twitter For Business ฯลฯ หรือใช้ Social Media Marketing Tools อย่าง Fanpage Karma, Mention, หรือ Keyhole ฯลฯ